มีคนเคยพูดกับคุณว่าเป็นคนทำอะไรไม่เคยจะสำเร็จเหมือนผมไหม
คุณเคยถอนหายใจแล้วรู้สึกเหนื่อยบ้างไหม
คุณเคยตั้งใจทำอะไรสักอย่างแล้วคนอื่นมองว่าไม่มีประโยชน์หรือไร้สาระบ้างหรือเปล่า
คุณเคยแพ้แบบยับเยินแล้วคุณก็ต้องกลับมาทนสู้หน้าสู้ตาคนอื่นอีกเคยมีไหม
คุณเคยทำอะไรอย่างตั้งใจแล้วมีคนอื่นมาเอาสิ่งที่เราทำไปอย่างไม่มีสิทธิ์ต่อรองไหม
คุณเคยสัญญากับใครบางคนว่าจะไม่ทำให้แต่ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดไหม
คุณเคยอยากย้อนเวลากลับไปทำในสิ่งที่สมควรทำในอดีตบ้างไหม
คุณเคยกลับมาแล้วไม่อยากคุยกับใครนอกจากคนที่เข้าใจหรือเปล่า
เรื่องของผมเป็นเรื่องที่ผมพยายามทำสิ่งต่าง ๆ อย่างสุดความสามารถ แต่แล้ว แต่ละอย่าง ก็ไม่เคยประสบผลสำเร็จเลย
เรื่องที่ 1 เริ่มจากจบชั้น ม.3 ผมจากพ่อแม่มาอยู่กับน้าที่ไม่เคยรู้จักกันด้วยซ้ำ ผมต้องเริ่มจากศูนย์ จน ผมทำเรตติ้งดี ขึ้น ขณะที่ผมจัดรายการอยู่นั้นผมมองเห็นอนาคตตัวเองว่าผมต้องเป็นนักจัดรายการที่มีชื่อเสียงให้ได้ วันเวลาผ่านไปผมทำเรตติ้งดีขึ้น จนเป็นที่ฮิตฮอตที่สุดในสถานี ผมตั้งใจจัดรายการและทำหน้าที่อย่างดีที่สุด จนครบ 3 ปีผมจบ ปวช. ปิดเทอม น้าบอกว่าจะให้ค่าจัดรายการเป็นเดือน เดือนละ 4000 บาท จึง งดรายวันเหมือนเคย ผมต้องขอแม่เพื่อใช้ประทังชีวิต แล้วก็สัญญาว่าจะหามาคืนแม่ให้ได้ แล้ว 1 เดือน ก็มาถึง น้าบอกว่าเป็นเดือนหน้าแล้วกัน รวมกันสองเดือนเลย แล้วผมก็กลับมาจัดรายการ อย่างตั้งใจเหมือนอย่างเคย แล้วสองเดือนที่สัญญา ลม ๆ ของผมก็มาถึงแล้วแกก็ให้ 120 บาท ไม่พูดอะไรสักคำผมรู้สึกแทบจะระเบิด คำสัญญาที่ผมจะหาเงินให้แม่ไม่สำเร็จแล้วผมจึงโทรบอกแม่ว่าผมทำที่พูดไว้ไม่ได้ ผมจึงกลับเข้ามาในเมืองมาอยู่หอพักกับเพื่อน
เรื่องที่ 2 ผมตัดใจจากการเป็นนักจัดรายการ เริ่มจากที่ผมเข้ามาอยู่กับเพื่อน ขึ้น ปวส.อยู่หอพักไปวันๆ เลยพากันหางานทำต่าง ๆไปทั่ว จนได้ทำงานร้านอาหาร และสถานีวิทยุหลายแห่ง จนได้รับค่าจ้าง ตามสมควรแล้ววันหนึ่งหัวหน้าสถานีต้องการให้บรรจุเป็นพนักงานแล้วในที่สุดผมก็ทำเรตติ้งให้กับสถานีมากที่สุด ผมคิดว่าผมต้องทำให้ทุกคนภูมิใจจากการเป็นนักจัดรายการให้ได้ ผมจัดรายการด้วย เรียนไปด้วย แต่ในขณะเดียวกันผมได้เป็นนักศึกษาองค์การ และ ได้รับหน้าที่ดูแลงานด้านประชาสัมพันธ์รวมไปถึง การเข้าร่วมทีมหุ่นยนต์ การเข้าร่วมแข่งขันสิ่งประดิษฐ์ ผมต้องไปโน้นมานี้ บ่อยมาก จนทำให้ต้องขาดการจัดรายการบ่อยๆ จนทำให้ในที่สุดหัวหน้าสถานีระงับการเป็นพนักงานความหวังที่จะประสบความสำเร็จจากการเป็นนักจัดรายการคงต้องพังลงผมจึงคิดว่าเรายังเรียนอยู่หันหน้าหาเรื่องเรียนดีกว่า
เรื่องที่ 3 ผมเริ่มคิดจะหาอย่างอื่นที่ผมชอบมากกว่านี้เช่นการตั้งใจทำหุ่นยนต์และการทำสิ่งประดิษฐ์ตอนนั้นสิ่งประดิษฐ์ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในระดับประเทศในการแข่งหุ่นยนต์ผมได้สร้างร่วมกับอาจารย์ด้วยกันสองคนแล้วอาจารย์ก็สัญญาว่าจะให้ผมเป็นคนบังคับหุ่นยนต์บังคับด้วยมือแต่ในวันแข่งขันจริงเกิดมีคนเข้ามาร่วมทำหุ่นยนต์ด้วยและได้เป็นบังคับหุ่นด้วยมือสาเหตุไม่แน่ชัดว่าเพราะอะไรอาจารย์ถึงเปลี่ยนให้คนอื่นทำแทน อาจารย์อาจจะมีส่วนได้ส่วนเสียกับเด็กคนนี้ก็ได้จึงทำให้ผมเสียความรู้สึกมากกับหุ่นยนต์ที่ตัวเองทุ่มเทแต่เป็นของคนอื่นเหมือนโดนเด็กตบหัวแล้วทำอะไรมันไม่ได้ ขนาดนั้นเลย ผมจึงออกจากการเป็นทีมหุ่นยนต์ความฝันที่จะทำหุ่นยนต์ได้จบลง แต่ก็ยังดีที่มีสิ่งประดิษฐ์ที่คอยปลอบใจเพราะทีมผมผ่านเข้ารอบสุดท้าย
เรื่องที่ 4 ในเมื่อผมทำหุ่นยนต์ไม่ประสบผลสำเร็จผมจึงตั้งหน้าตั้งตาเรียนดีกว่า หลังจากนั้นก็หวังว่าจะชนะการแข่งสิ่งประดิษฐ์ ให้ได้ทุกคนตั้งใจมากไม่หลับไม่นอนข้ามวันข้ามคืนจนทำให้มีผลกระทบเรื่องการเรียนเป็นอย่างมากจากที่เคยได้สูงสุด 4.00 จนเหลือไม่ถึง 3. เลยด้วยซ้ำแต่เพื่อความสำเร็จสำหรับผมไม่มีท้อ รอบสุดท้ายกรรมการสิ่งประดิษฐ์ให้ทำตัวบอดีให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และจะได้ศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น อาจารย์จึงให้ทุกคนเสนอไอเดีย โดย ผมได้เสนอให้เอาวัสดุเดิมแต่เพิ่มระบบป้องกันอัตรายจากแรงดันเพราะว่าสิ่งประดิษฐ์ของเรามีราถูกและทำง่ายแต่อาจารย์ต้องการบอดี้ใหม่เลยตัดสินใจทำการหล่อเลซินและสร้างบอดีใหม่แต่ปัญหาที่ตามมา กรรมการบอกว่าเครื่องของเราราคาแพงเกิดประโยชน์ จึงตัดสิน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ และฝันที่จะได้ไปญี่ปุ่นจบลง สรุปก็คือ เกือบชนะ
เรื่องที่ 5 เมื่อกลับมาจากการแข่งขันสิ่งประดิษฐ์ผมทำงานประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะงานที่ผมชอบคือ การเป็นพิธีกรผมแทบไม่ทันตั้งตัวเลย ผมได้เป็นพิธีกรการประกวดร้องเพลง แล้วในปีถัดไป ผมซ้อมตัวเองเต็มที่เพราะผมชอบมากและที่ผมปลื้มที่สุดคือการพูดบนเวทีนี่แหล่ะ ถ้าหากผมเป็นพิธีกรได้ใครๆก็รู้จักใครๆก็คงจะชื่นชมกับผมแน่ๆคงจะเป็นที่ภาคภูมิใจสำหรับทุกคน ดังนั้นความหวังที่จะเป็นพิธีกรการประกวดร้องเพลงอีกครั้ง แต่แล้วก็เกิดเหตุพลิกล็อกผมแทบไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำว่าจะประกวดร้องเพลงและที่สำคัญมีพิธีกรคนใหม่บนเวทีประกาศปาวๆ ผมน้ำตาไหลร้องไห้ต่อหน้าหลายคน ความฝันที่จะเป็นพิธีกรที่ใครๆก็รู้จักใครๆก็คงจะชื่นชมกับผมแน่ๆคงต้องจบลง
เรื่องที่ 6 ผมกลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำงานองค์การอย่างเต็มที่วันนั้นเป็นการเลือกตั้งนายกนักศึกษาองค์การผมเป็นคนที่สมัครเบอร์หนึ่งแล้วผมก็ได้คะแนนการเลือกตั้งมากที่สุดแต่เพราะผมอยู่ ปวส.1การเป็นผู้นำรุ่นพี่นั้นคงไม่ดีนักผมจึงยอมสละสิทธิ์จากการเป็นนายกองค์การแล้วสร้างผลงานไว้ในปีหน้าค่อยลงสมัครเลือกตั้งอีกแล้ววันเลือกตั้งรอบที่สองซึ่งวันที่หาเสียงผมไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะว่าเตรียมประเมินนักศึกษาดีเด่นระดับจังหวัด แล้วคะแนนเลือกตั้งก็ปรากฏคะแนนเสียงที่ได้เป็นที่สามต่ำแหน่งเลขานุการแต่ผมขอเป็นประชาสัมพันธ์ดีกว่า การเป็นนายกองค์การที่ผมเฝ้าหวังพยายามทำหน้าที่และการปฏิบัติงานองค์การถึงสองปีหมดความหวังและพังลง
เรื่องที่ 7 ผมสำเร็จการศึกษาแล้วผมคิดจะทำร้านตัวเองโดนเอาเงินที่ผมเก็บจาก กยศ.เลยตั้งใจจะทำร้านคอมพิวเตอร์สอนคนเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์และมีคนมาให้ผมสอนหลายคนผมใช้เวลาว่างสอน เสาร์ อาทิตย์ เพราะช่วงนั้นผมยัง เรียนต่อระดับปริญญาตรี ผมได้เรียนด้วย และ เสาร์อาทิตย์กลับบ้านสอนคอมพิวเตอร์แต่ทะว่าคนที่มาเรียนด้วยเป็นคนแถวนั้น และไม่นานเหมือนฟ้าแกล้ง พ่อกับแม่แยกกันจนถึงขั้นแบ่งทรัพย์สินกัน แม่ได้บ้าน พ่อได้ที่นา ผม ไม่ได้อะไรเลย ผมอยู่กับพ่อ แม่ไม่ให้พ่ออยู่บ้าน พ่อจึงต้องเช่าบ้านอยู่ผมจึงต้องสร้างร้านใหม่และไม่มีใครมาเรียนเลย ความหวังที่จะหารายได้เพื่อส่งตัวเองเรียนคงต้องจบ แต่ทะว่ายังมีเด็กที่มาเล่นเขาต้องการเล่นเกมส์
เรื่องที่ 8 ผมจึงคิดจะเปลี่ยนจากร้านสอนคอมเป็นร้านคอมและอินเตอร์เน็ตแต่ค้าจดทะเบียนและค่าภาษีร้านอยู่ที่ ประมาณ 6000 บาท ทั้งค่าเรียนระดับปริญญาตรี ทั้งค่าเดินทาง ค่าครองชีพ อื่นๆ อีก ผมคงไม่มีปัญญาหาเงินมาได้แน่ ความฝันที่จะเป็นนายตัวเองของผมคงพังทลายลงอย่างเคย ผมจึงตัดสินใจหางานทำ
เรื่องที่ 9 สมัครไว้หลายที่แต่ละที่ไม่ตอบกลับมา เพราะเขาไม่ต้องการ พาสทาม และผมก็ได้มีอาจารย์แนะนำไปญี่ปุ่น ผมตั้งใจว่าจะไปฝึกงานที่ญี่ปุ่นโดยฝึกเขียนอักษร อ่าน พูด จนพอได้จนถึงวันสอบ ผมเป็นไข้เลือดออก ผมจึงคิดว่าจะไปปีหน้า แต่แล้วก็ไม่ถึง 2 เดือนมีโครงการมาอีกผมไปสอบอย่างที่คาดหวังไว้ คะแนนข้อเขียนทั้งหมด 110คะแนน ผมได้ 100 คะแนนผ่าน 60 ขึ้นไปแล้ววันต่อมาผมได้ไปสอบพละดันพื้น ผ่าน ลุกนั่ง ผ่าน แต่วิ่งไม่ผ่าน วิ่ง เจ็ดรอบสนาม ร่างกายที่หายจากไข้เลือดออกไม่กี่วัน ทำให้ผมเป็นลมในการวิ่ง สรุปคือไม่ผ่าน ความฝันที่ผมจะทำงานที่ญี่ปุ่นกลับมามีเงินสักก้อนตั้งตัวพังลง แต่ก็ยังดีที่ยังมีโอกาสได้สอบอีกครั้ง
เรื่องที่ 10 ผมเตรียมสอบอีกครั้ง ผม ฟิส ร่างกายตัวเอง ทุกวัน ผมไปสอบอย่างที่คาดหวังไว้ คะแนนข้อเขียนทั้งหมด 110คะแนน ผมได้ 99 คะแนน แล้ววันต่อมาผมได้ไปสอบพละดันพื้น ผ่าน ลุกนั่ง ผ่าน แต่วิ่งไม่ผ่าน วิ่ง เจ็ดรอบสนามรอบนี้ผ่าน แล้ววันต่อไปก็สอบสัมภาษณ์ ผ่านรอตัวร่างกาย แล้วปัญหาก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ตัวโรค 20 กว่าโรคผ่านหมด ผมไม่ผ่านข้อแรกโรค ตาบอดสี เขียวแดง โรคนี้เป็นกรรมพันธุ์ และไม่มีทางรักษา คำว่าไม่ผ่านตัวแดงขนาด เท่า
แล้วเรื่องที่ ผ่านมา ยังไม่หมดแค่นี้
ถ้าหากคุณมีเรื่องไม่เอาถ่านน้อยกว่าผมละก็คงน่าขายหน้าแย่ ถ้าหากคุณยังไม่ลุกขึ้นสู้ ยังไม่กล้าที่จะทำ หรือหมดความหวัง ผมนาย

กลับเวบวุฒิ
ค้นหา
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
ข้อมูลส่วนตัว


หน้าแรก
ติดต่อเรา